|
ข้อมูลข่าวสารของราชการ
คือ
ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
พ.ศ. 2540 ต้อง
เป็นข้อมูลข่าวสารของราชการ
นั่นคือ ข้อมูลข่าวสารนั้นต้องอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของ
หน่วยงานของรัฐ
มิได้เน้นที่สาระของข้อมูลข่าวสาร เพราะอาจเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐ
เช่น รายงานการ
ทำงานของหน่วยงานราชการ
เป็นต้น หรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเอกชน เช่น รายงานการประกอบธุรกิจ
ของเอกชนที่ต้องแจ้งให้รับทราบ
เป็นต้น
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารฯ
ได้กำหนดสิทธิสำคัญๆ
แก่ประชาชน
ดังนี้
สิทธิได้รู้ (ตามมาตรา 7 แห่ง
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ)
หน่วยงานของรัฐต้องส่งข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา
1. โครงสร้างและการจัดองค์กรที่ดำเนินงาน
2.
สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีดำเนินงาน
3.
สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ
4.
กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบแบบแผน นโยบาย
ที่มีผลเป็นการทั่วไป ต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง
5. ข้อมูลข่าวสารอื่นที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
(กขร.) กำหนด ทั้งนี้
ข้อมูลข่าวสารที่มีการลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ให้หน่วยงานของรัฐรวบรวม และจัดให้มีข้อมูลข่าวสารนั้นไว้เผยแพร่ ณ
ที่ทำการของหน่วยงานของรัฐนั้นตามที่เห็นสมควร
สิทธิตรวจดู (ตามมาตรา 9 แห่ง
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ
หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อย
ดังต่อไปนี้ไว้ให้ประชาชน เข้าตรวจดูได้
1.
ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน
2.
นโยบายหรือการตีความที่ไม่เข้าข่ายต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา
3. แผนงาน โครงการ
และงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่กำลังดำเนินการ
4.
คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ที่มีผลกระทบต่อสิทธิหน้าที่เอกชน
5.
สิ่งพิมพ์ที่ได้มีการอ้างอิงถึงตามมาตรา 7 วรรคสอง
6. สัญญาสัมปทาน
สัญญาที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอน
หรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณสุข
7. มติคณะรัฐมนตรี
หรือมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฎหมาย/โดยมติคณะรัฐมนตรี
8.
ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกำหนด
ทั้งนี้ ข้อมูลข่าวสารที่มีส่วนต้องห้ามมิให้เปิดเผยตามมาตรา 14
หรือ 15 ก็ให้ลบหรือตัดทอนข้อมูลข่าวสารส่วนนั้นนอกจากนี้บุคคล
ไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตามมีสิทธิเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารได้
สิทธิขอดู (ตามมาตรา 11 แห่ง
พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ)
บุคคลสามารถขอข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องการได้
โดยหน่วยงานของรับผู้รับผิดชอบต้องจัดหาข้อมูลข่าวสารนั้นให้แก่ผู้ขอภายในเวลาอันสมควร
เว้นแต่จะขอจำนวนมากหรือบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุอันควร
ซึ่งข้อมูลข่าวสารดังกล่าวต้องเป็นข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่แล้ว
และพร้อมจะให้ได้ มิใช่การต้องจัดทำ วิเคราะห์ จำแนกรวบรวมขึ้นใหม่
ทั้งนี้ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการในการประชุมครั้งที่
3/2547 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2547
ได้มีมติในเรื่องการกำหนดมาตรการและแนวทางปฏิบัติที่ให้หน่วยงานต่างๆ
ของรัฐ ถือปฏิบัติ กรณีที่มีคำขอข้อมูลข่าวสารจากประชาชน ดังนี้
กรณีที่ประชาชนขอข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐ
ซึ่งเป็นข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงาน
ของรัฐพร้อมที่จะจัดหาให้ได้
จะต้องดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว หรือภายในวันที่รับคำขอ
กรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ขอมีเป็นจำนวนมาก
หรือไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน
15 วัน
จะต้องแจ้งให้ผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วัน
รวมทั้งแจ้งกำหนดวันที่จะดำเนินการ แล้วเสร็จให้ผู้ขอทราบด้วย
สิทธิได้รับสำเนาและขอให้รับรองสำเนาถูกต้อง
(ตามมาตรา 9 และ 11 แห่ง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ)
บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสีย
เกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม ย่อมมีสิทธิเข้าตรวจดู ขอสำเนา หรือขอสำเนาที่
มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูล ข่าวสารได้
โดยที่หน่วยงานของรัฐจะวางหลักเกณฑ์เรียกค่าธรรมเนียมได้
ตามความเห็นชอบของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงการช่วยเหลือผู้มี
รายได้น้อยประกอบด้วย
เว้นแต่จะมีกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น สิทธิคัดค้านการเปิดเผย (ตามมาตรา 17 แห่ง
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ)
ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการใด
อาจกระทบถึง
ประโยชน์ได้เสียของผู้ใด
ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐแจ้งให้ผู้นั้นเสนอคำคัดค้านภายในเวลาที่กำหนด
ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า
15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
โดยผู้รับแจ้งมีสิทธิคัดค้านการเปิดเผยข้อมูล
ข่าวสารนั้นได้
โดยทำเป็นหนังสือถึงเจ้าหน้าที่ของรับผู้รับผิดชอบ
ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องพิจารณา
คำคัดค้านและแจ้งผลการพิจารณาโดยไม่ชักช้า
สิทธิร้องเรียน (ตามมาตรา 13 แห่ง
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ)
บุคคลใดเห็นว่าหน่วยงานของรัฐไม่จัดพิมพ์ข้อมูลข่าวสารตามมาตรา
7 หรือไม่จัดข้อมูลข่าวสารไว้
ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามมาตรา 9
หรือไม่จัดหาข้อมูลข่าวสารให้แก่ตนตามมาตรา 11 หรือฝ่าฝืน
ไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. นี้
หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าหรือไม่ได้รับความสะดวก
ผู้นั้นมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะ
กรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการได้
เว้นแต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการมีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
ตามมาตรา 15 หรือคำสั่งไม่รับฟังคำคัดค้านตามมาตรา 17
หรือคำสั่งไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือลบ
ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามมาตรา 25 แห่ง
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร การร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการคณะกรรมการต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ
ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องเรียน
เว้นแต่มีเหตุจำเป็นก็ให้ขยายเวลาได้ แต่ต้องแสดงเหตุผล
และรวมเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 60 วัน
ประชาชนสามารถขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารของแต่ละ
ส่วนราชการ ในวัน เวลาราชการ
<<กลับหน้าแรก>>
เ ปิ ด เ ผ ย เ ป็ น ห ลั
ก ปก ปิ ด เ
ป็ น ข้ อ ย ก เ ว้ น |